ผมเชื่อว่า หลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่น เด็กผู้ชายรุ่นผม ต้องมี ดาร์ก้อนบอล เซนต์เซย่า ฯลฯ เป็นการ์ตูนเรื่องฮิตสมัยนั้น เด็กผู้หญิงอ่าน คำสาปฟาร์โรห์ ลามู ออร์เรนจ์โรด
พอตัวเองโตขึ้น การ์ตูนที่อ่านก็น้อยลง แนวเรื่องก็เปลี่ยนไป มีอยู่ 2 ช่วงที่ผมเลิกอ่านไปพักใหญ่ๆ
ช่วงแรกตอนขึ้นม.ปลาย อารมณ์วัยรุ่นพรุ่งพล่าน จีบหญิงสนุกกว่าอ่านการ์ตูน อีกช่วงคือตอนเรียนมหา’ลัยปี 3 ช่วงนั้นง่วนกับการอ่านหนังสือแปล ทั้งนิยายและเรื่องสั้นเข้มข้น ส่วนหนังสือสาระความรู้ต่างๆ ก็หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคม ปรัชญาและศาสนา
ครั้นเรียนจบ ไอ้ที่จะอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ ก็น้อยลง ส่วนมากก็จะเป็นแม๊กกาซีน บทความเป็นชิ้นในวารสาร เพราะสั้นและอ่านจบไว ส่วนการ์ตูนก็มีประปรายบ้าง ด้วยความที่มันมีมากเหลือเกินไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นยังไง ผมจึงใช้วิธีเลือกอ่านตามที่เขาวิจารณ์กันว่า “น่าอ่าน ควรอ่าน” ไม่ก็ถามน้องๆ ที่มานั่งในร้านว่าอ่านเรื่องอะไรกัน เนื้อหาเป็นไงบ้าง
แต่มีนักเขียนการ์ตูนอยู่คนหนึ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ ติดตามผลงานมาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ นักเขียนคนนั้นก็คือ “อาดาจิ มิซึรุ” ทำไมผมถึงชื่นชอบนัก เอาไว้จะเล่ากันต่อไปในภายหน้า หนนี้ขอพูดถึง สุดยอดนักกินจุ และสุดยอดเชฟในตำนาน ก่อนละกัน
“ซูเปอร์กุ๊กกระตุกต่อมอร่อย” และ “สมรภูมิกระเพาะเหล็ก” เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นด้วยนักเขียนคนเดียวกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของอดีตเชฟจากร้านชื่อดัง ที่ผันตัวเองมาเป็นนักฟื้นฟูร้านอาหารที่ตระเวณไปทั่วญี่ปุ่น เรื่องหลังว่าด้วย หนุ่มพนักงานออฟฟิตที่หันมาเอาดีในอาชีพ “ฟู๊ดไฟเตอร์” นักกินจุที่ให้ความสำคัญกับวิธีการกินที่ถูกต้องไม่หลบหลู่อาหารและความอร่อย
เรื่องแรกนั้น โดดเด่นที่ความสามารถอันเอกอุของตัวเอก ที่สามารถทำอาหารได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ญี่ปุ่นยันตะวันตก ไม่เว้นแม้กระทั่งเบอเกอรี แม้เนื้อเรื่องเมื่ออ่านไปซักสองเล่มจะจับทางได้ แต่ก็ยังสนุกเมื่อได้เห็นวิธีการทำอาหารต่างๆ และการกลับมาสู่จิตวิญญาณของคนทำอาหาร แม้หลายอย่างจะเว่อร์ไปหน่อย(เป็นธรรมดาที่การ์ตูนจะเกินจริง แต่ก็ทำให้มีสีสันไม่จืดชืด) ผมอ่าน “ซูเปอร์กุ๊กกระตุกต่อมอร่อย” แล้ว ก็ชวนให้วางมือจากการชงกาแฟ หันมาเข้าครัว ทดลองทำอาหารทานเองทีเดียว
ส่วน “สมรภูมิกระเพาะเหล็ก” เห็นน้องที่มากินกาแฟที่ร้านอ่าน ก็เลยขอลองอ่านซักเล่ม ปรากฎว่าสนุกเกินคาด เล่มนี้เป็นโลกสมมุติของนักกินจุ ที่ตระเวณแข่งกินจุในร้านต่างๆ จนถึงกับมีการจัดการแข่งขันเป็นเรื่องเป็นราว มีทั้งฝ่ายธรรมะที่ยึดหลักการกินที่ถูกต้อง ไม่ทำลายรสอร่อยของอร่อยชนิดนั้นๆ และฝ่ายอธรรมที่สรรหาวิธีการกินทุกอย่างที่สามารถกินได้เยอะ กินได้ไว เพื่อเป็นผู้ชนะ เช่น การนำสเต๊กมาปั่นกับน้ำแล้วยกซด
เรื่องหลัง แม้จะอ่านเอาสนุก แต่หลายครั้งก็ได้สาระในการกินอาหารชนิดต่างๆ อ่านแล้วก็ชวนให้ไปกินบุฟเฟ่ต์จริงๆ
บางคนอาจมองว่า การ์ตูนเป็นเพียงหนังสือภาพเพื่อความบันเทิง หาสาระไม่ได้ เป็นหนังสือให้เด็กอ่าน แต่ผมขอแย้งเลยว่า ยังมีการ์ตูนอีกหลายเรื่อง ที่ทั้งอ่านเอาสนุกก็ได้แถมยังมีสาระสอดแทรก ลองหาการ์ตูนดีๆ อ่านดูซิครับ แล้วจะรู้ว่าการหัวเราะ ยิ้ม ครุ่นคิด ไปกับการ์ตูน เป็นความรื่นรมย์ไปอีกแบบ

Posted by reew on มิถุนายน 10, 2010 at 9:10 pm
ขอนะนำให้อ่าน ประวัติย่อของการ์ตูนไทย เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติของวงการการ์ตูนเมืองไทย
เล่มละ 320 บาท
มีขายทั่วไป ร้านเล่า นายอินทร์ สุริวงศ์
Posted by ittirit on มิถุนายน 11, 2010 at 5:42 pm
ถ้าพี่เคยอ่าน จอมโหดกะทะเหล็ก
เมนูไข่เลือดเป็นเมนูที่ผมอยากลองมาก ๆ
Posted by octobercafe on มิถุนายน 12, 2010 at 4:43 pm
“ประวัติย่อการ์ตูนไทย” เล่มนี้ก็พลิกๆ ดู ว่าจะซื้ออยู่เหมือนกัน แต่ก็เอาไว้ก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนซื้อไปแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เงินจะออกจากกระเป๋าที คิดแล้วคิดอีก หรือว่าเราเริ่มแก่แล้วนะเนี่ย
“จอมโหดกะทะเหล็ก” ได้อ่านอยู่ครับ แต่จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว
Posted by ming_LoVeLy on มิถุนายน 29, 2010 at 3:09 pm
หนังสือน่าอ่านทุกเล่มเลย ดูท่าทางน่าสนุกมากๆๆด้วย ภาพก็สวยอีก เลิศมากค่ะ
Posted by Gclub on กรกฎาคม 20, 2010 at 12:54 pm
น่าอ่านจังครับ
Posted by โดด on กรกฎาคม 29, 2010 at 1:10 am
พี่ๆ จริงๆชื่อมันซุปเปอร์กุ๊ก กระตุกต่อมอร่อยนะ ไม่ใช่กระตุ้น หุๆ สนุกเพลินล่ะสิ
Posted by octobercafe on กรกฎาคม 29, 2010 at 10:27 pm
แก้แล้วนะครับ ช่วงนี้ว่างเว้นจากการอ่านการ์ตูนไปพอควร
Posted by Duen ja on ธันวาคม 30, 2010 at 1:48 am
การ์ตูนกินจุสนุกมาก เหมือนได้เคล็ดลับกินบุฟเฟ่ ^^
Posted by octobercafe on มกราคม 8, 2011 at 4:40 am
อ่านแล้ว อยากไปกินบุฟเฟ่เลยครับ