มาถึงอีกปัจจัยหนึ่งที่ต่อให้อาหารเทพแค่ไหนกาแฟวิเศษเพียงใด ถ้ามีปัจจัยนี้มาเกี่ยวข้องก็อาจจะพังพาบได้ง่ายๆ นั้นคือ สภาวะแวดล้อมในขณะทานหรือดื่มทั้งจากภายนอกและภายในตัวคนกินนั่นเอง
ผมเคยคุยกันเล่นๆ กับเพื่อนว่า “เชื่อในลิ้นของนักชิม หรือผลในห้องแล็ปมากกว่ากัน” เพื่อนบอกว่า “ห้องแล็ป” ผมเห็นด้วยครับ ในแง่ความแน่นอนและสม่ำเสมอ แต่สำหรับความอร่อยนั้น เอาแน่เอานอนไม่ได้
มีหนังเกาหลีอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเชฟและอาหาร (ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว) มีตัวละครตัวหนึ่ง เฝ้าตามตื้อขอสูตรลับความอร่อยของบะหมี่สำเร็จรูป เพราะแม้ว่าจะเพียรพยายามทำเพียงใดก็ไม่อร่อยเท่า อีกฝ่ายตอบไปว่า “ไม่มีอะไรมาก ก็แค่กินตอนหิว” เหมือนจะเป็นมุกตลกนะครับ แต่นี้แหละที่ผมว่า เป็นจุดสำคัญของความอร่อย เพราะถ้าทานอาหารที่ได้มาตราฐานความอร่อยในช่วงเวลาที่พอเหมาะ มันจะเบิ้ลอาหารจานนั้นให้อร่อยยิ่งขึ้น
ขอยกตัวอย่างซักหน่อยนะครับ “บะหมี่สำเร็จรูป” ที่อร่อยที่สุดสำหรับผม ที่จนถึงทุกวันนี้ยังจำฝังใจอยู่เลย คือตอนสมัยเรียนมหาลัย ขี่มอเตอร์ไซค์ตากฝนทั้งเปียกและหนาว ทั้งเจ็บที่เม็ดฝนกระแทกกับผิวหน้า มองทางก็ไม่ค่อยเห็นเพราะแว่นตาเต็มไปด้วยคราบน้ำ กัดฟันบึ่งมาถึงหอพักแบบเปียกปอน ตรงรี่ไปสั่งมาม่าคัพในโรงอาหาร เพราะอยากได้อะไรที่ร้อนๆ ไวๆ มาซดให้หายหนาว ระหว่างที่ซดน้ำซุปกับคีบเส้นมาม่าใส่ปาก แทบเห็นสวรรค์เลยครับ อร่อยเหลือเชื่อจนทุกวันนี้ไม่เคยกินมาม่าที่อร่อยแบบนั้นอีกเลย (ภายหลัง เอาบะหมี่สำเร็จรูปหลายๆ ยี่ห้อมาลองทานเปรียบเทียบกัน มาม่าที่เราว่าซู้ดยอด! ตอนนั้น เทียบไม่ติดกับยี่ห้ออื่น)
“บะจ่าง” อร่อยที่สุด ต้องที่ยายทำ ไปกินเจ้าไหนที่เค้าว่าอร่อยก็ไม่เท่า เพราะเราติดรสชาติอย่างนั้นไปแล้ว ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก วิ่งเล่นตัวมอมแมม ยายเพิ่งทำบะจ่างเสร็จใหม่ๆ กำลังร้อนๆ แกะใบตองที่ห่อออก ใช้ช้อนตัดแบ่งหลายๆ ส่วน เพื่อให้ไอร้อนระเหยออกจะได้ทานได้พอดีไม่ร้อนเกินไป ยายบอกให้โรยน้ำตาลนิดหน่อยบนบะจ่างก่อนตักเข้าปาก สำหรับเด็กๆ รสหวานของน้ำตาลที่ยังกรุ๊บๆ เป็นเม็ดเล็กๆ ละลายมั่งไม่ละลายมั่ง ทานกับบะจ่างที่เครื่องไม่มากเกินไป มีเพียงหมูและไข่เค็ม ไม่ฉุนพริกไทย เพราะยายไม่ใส่ แค่นั้นก็อร่อยเหาะแล้ว
ยกตัวอย่างแค่นี้พอละกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นรำลึกความหลังไปซะงั้น
จริงๆ แล้ว เรื่องความอร่อย อยู่ที่ว่าเราจะจับมิติและมุมมองไหน จะพูดถึงเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ หรือจะเป็นเทคนิคและวิธีการปรุง สถานที่บรรยากาศและการตกแต่ง ส่วนผมเลือกมองมิติทางสังคมและวัฒนธรรม ฉะนั้นแล้ว “ความอร่อยและถูกปาก” ของเราแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ
Posted by chaiv on พฤศจิกายน 1, 2010 at 2:45 pm
ผมตามอ่านมาครบ 3 หน้า
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะเป็น “รสชาติ” “บรรยากาศ” “จิตใจ”
ผมก็มีรสชาติ “บะช่อ” ของอาม่าติดมาเลยครับ ตอนอ่าน “บะจ่าง” ของคุณยาย ใครๆ ก็ทำไม่เหมือนครับ ^^
คำว่า “อร่อย” มันพูดยากครับ แต่ในการที่เราทำร้าน ก็้ต้องมีไม้บรรทัดซักอันเหมือนกัน
ผมคิดมาตั้งนานแล้วครับกับรสชาติที่เราชอบ หรือที่คุณเขียนว่า “ผัดกระเพรา ที่อร่อยเนี่ย” บางครั้งแล้ว คำว่า “อร่อย” มันมาพร้อมกับประสบการณ์และความชอบของแต่ละบุคคลครับ บางคนเยอะบ้างน้อยบ้างมันวัดกันไม่ได้จริงๆ
ผมก็เป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ คิดว่ามันเป็น ศาสตร์ และ ศิลป์ครับ คำว่าอาหารเนี่ย ส่วนของผมเองชอบยกตัวอย่างให้เด็กที่ร้านฟัง ก็คือ “ข้าวผัด” ครับ ^^ ข้าวผัดมีตั้งแต่จานละ 30 บาท ขายตามข้างถนน จนถึง ตามภัตตาคาร ร้านอาหารโรงแรมชื่อดัง
ชอบมากครับโดนๆๆๆ “ข้าวผัดกระเพรา” กับ “กล้วยแขก”
Posted by octobercafe on พฤศจิกายน 4, 2010 at 8:41 pm
ขอบคุณครับที่ตามอ่าน